myself

80*

posted on 05 Feb 2009 21:27 by skiixy  in myself

อะไรก็ไม่รู้ ทำให้ฉันคิดอยู่บ่อยครั้งว่า จริงๆ แล้ว ฉันน่าจะเกิดในยุค 80

อาจจะด้วยความชอบหลาย ๆ อย่างของฉัน ที่ไปพอดีกับความนิยมในยุคนั้นพอดี

ฉันชอบดูสาวๆ แต่งตัวสไตล์วินเทจ รวมไปถึงข้าวของและงานศิลปะในยุคนั้น ให้ความรู้สึกเป็นยุคก้ำกึ่งที่เวลาวิ่งเร็วกว่าใจคิด ทุกอย่างมีการพัฒนาขึ้นมาในทางแหวกขนบ คิดค้นออกแบบสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ความสามารถเฉพาะตัวของบุคคลมากขึ้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ศิลปินมีแนวทางเป็นของตัวเองมากขึ้น ของใช้เสื้อผ้าในยุคนั้นบ่งชี้ยุคสมัยได้อย่างชัดเจน และเป็นยุคที่ไม่ได้เก่าจนถึงขั้นมนุษย์หิน หรือใหม่จนถึงขั้นที่ทุกอย่างสามารถควบคุมได้แค่ปลายนิ้วสัมผัส ความครึ่่งกลางระหว่างความเป็นธรรมชาติและนวัตกรรมที่เกิดจากมันสมองมนุษย์นี่แหละ ที่ฉันว่าเป็นเสน่ห์มาก ๆ ของยุคนั้น

โดยเฉพาะเรื่องเพลง, ฉันนิยมฟังเพลงแจ๊ซ ที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเริ่มต้นมาจากตรงไหน แล้วก็ยิ่งมาฟังหนักขึ้นมากขึ้นอีกเมื่อเข้ามาอยู่ ซียูแบนด์ ซึ่งเป็นวงที่มีพื้นฐานของความเป็นแจ๊ซและบิ๊กแบนด์อย่างมากมาย จากสมัยที่อยู่เชียงใหม่ต้องอาศัยฟังตามเน็ท ก็หันมาซื้อซีดี และยืมของคนโน้นคนนี้บ้าง จนกลายเป็นความชอบที่หยั่งลึกเข้าไปใต้โสตประสาทอย่างสูง เลยเถิดมาถึงเพลงไทย ที่คลั่งวงเฉลียงอย่างสุดขีด เข้ามาเมืองหลวงก็ตามดูทุกคอนเสิร์ตเท่าที่วงจะจัดกัน ถึงจะไม่ได้เป็นคนดูแถวหน้า แต่ด้วยกำลังทรัพย์ที่มี แค่ได้กลิ่นอายบรรยากาศจริงๆ ซักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ยังดีกว่านอนดูดีวีดีอยู่บ้านหลายรอบเป็นไหนๆ งานเพลงในยุคสมัยนั้น ได้กลิ่นของความจริงใจ และอาศัยฝีมือทักษะล้วน ๆ นักดนตรีในยุคนั้นจึงต้องเก๋าทั้งสมองและฝีมือจริงๆ ในขณะเดียวกันที่เล่นดนตรี หัวก็ต้องคิดตามไปด้วยว่าจะให้เป็นในทิศทางไหน, การอิมโพรไวซ์ แบบนี้ไม่ได้ทำได้ง่าย ๆ ถ้าไม่เก่งจริง!!!

ความเป็นยุคสมัย ที่ไม่ใหม่เกินไปและไม่เก่าเกินไป ความเป็นอยู่ ที่ไม่ล้าหลังเกินไปและไม่ทันสมัยเกินไป นี่แหละที่ทำให้ฉันหลงรัก "แปดศูนย์" จนหมดใจ

1-day songs

posted on 25 Jan 2009 23:40 by skiixy  in myself

บล็อกวันนี้ได้แรงบันดาลใจจากคุณนาโนกาย (บวกบังคับจาก นล, เธออยากแถกต่อจากฉันมวากก) ด้วยการ shuffle เพลงที่ฉันมีทั้งหมด แล้วมาเรียงร้อยเป็นเรื่องราว จะป่วงฮาแค่ไหน ไปลุ้นพร้อมๆ กันดีกว่า

ป.ล. เพลงทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพลงทั้งหมดที่มี เนื่องจากความผิดพลาดระหว่างการโอนถ่ายจากคอมเก่าสู่คอมใหม่ ต้องกลับไปเซฟจากเครื่องเก่าที่บ้านนอกกลับมาอีก ฮือออ 

--------------------

รังสีแรกจากดวงอาทิตย์หลังการหลับใหลอย่างยาวนานในยามราตรี ปลุกให้เปลือกตาของเธอกลับทำงานขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆ สองสามหน สายตาเธอยังปรับได้ไม่ดีนักกับแสงที่สาดเข้ามาอย่างทันที ขยี้ตาเล็กน้อย ก่อนขยับกายลุกจากเตียงนอน ผมยาวกระเซิง แฝงนัยยะของการตื่นนอน ชุดนอนบางพริ้วสะบัดเบา เธอยันกายลุกจากเตียงนอนเพื่อทำความสะอาดร่างกายในยามเช้า

 

เช้าตรู่ : ไม่ใช่ - Flure feat. ju-orn

เธอ.. เธอเฝ้ารอคอย ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร 
เธอก็พร้อมที่จะย้อน และจะรอ และจะรัก และให้ใจ
เธอ.. เธอก็ยินยอม และให้จนหมดใจ 
เธอให้จนหมดไป จนไม่มีอะไร 
 
หญิงสาวยืนหน้ากระจก จ้องมองแววตาคู่นั้น น้ำตารื้นไหลรินลงบรรจบกับคราบยาสีฟันที่ยังเกรอะปาก คงจริง เธอให้หัวใจกับเขาไปหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงร่างไร้จิตใจ ดวงตาไร้ประกาย ยืนลำพังในห้องว่างเปล่า (ดราม่าสัดๆ) 
 
 
ยามสาย : magazine - slur
 
ซื้อ ซื้อ ซื้อ ซื้อ แม็กกาซีน ที่เค้าว่ามีบางอย่างที่เค้าว่าต่าง
ดู ดู ดู ดู แม็กกาซีน ที่เห็นว่ามีรูปแบบของคนรุ่นใหม่
มันสำคัญใช่ไหม?
 
นั่นสิ สำคัญไหม กับที่ต้องคอยเลือกเสื้อผ้าให้สวยงามก่อนออกไปผจญคนแปลกหน้า เธอเปิดดูแม็กกาซีนที่วางตรงหน้ากระจก ก่อนหยิบเสื้อตัวสวยที่เข้าเทรนด์ที่สุด แต่งหน้าสวยงาม แล้วเปิดประตูออกไปเจอโลกเดิม (สวยค่ะ)
 
 
พักเที่ยง : Huslin' - Rick Ross
 
Who the fuck you think you fuckin' with, I'm the fuckin' boss
Seven forty-five, white on white that's fuckin' Ross
I cut 'em wide, I cut 'em long, I cut 'em fat (What)
I keep 'em comin' back (What), we keep 'em comin' back
 
โอย ไม่ไหวแล้ว ดาวมหาลัยอย่างฉันรับไม่ได้ กับถ้อยคำผรุสวาทเหล่านี้ แต่ด้วยความคับแค้นคับคั่งอยู่นี่ค่ะ กรี๊ดด
 
 
บ่ายอ่อน : เพลงเศร้า - บอย ตรัย ภูมิรัตน
 
ปิดทีได้ไหม ไม่อยากได้ยิน
เปลี่ยนเพลงได้ไหม ได้โปรดเห็นใจ
ได้ยินเพลงนี้ทีไร มันจะละลาย
มันจะเป็นจะตาย ได้ยินแล้วจะร้องไห้
เพราะเพลงนี้ เป็นเพลงเศร้าของฉัน 
 
เศร้าต่อตอนบ่าย เปิดเพลงอะไร ฟังเสียงใคร ก็ดูเศร้าไปหมด ชีวิตสุดแสนหดหู่ ต้องอดกลั้นน้ำตาต่อหน้าธารกำนัลเอาไว้ อย่าให้ใครเห็นความอ่อนแอ (นางเอกซะไม่มี)
 
 
บ่ายแก่ : Try a little harder - Santana
 
No one ever said it would be easy 
Doin' whatever you do
You just might have to suffer
But keep on moving right through
You've got to
 
เสียงอีกฟากหนึ่งของจิตใจเธอก้องดัง บ่ายแก่ๆช่วยฉุดพลังเข้มแข็งของเธอได้มากขึ้นทีเดียว เธอนั้นจงหยัดยืน และลุกขึ้นอีกครั้ง ด้วยพลังในหัวใจ (ผิดเพลงง)
 
 
เย็นย่ำ : 半月 - Depapepe 
 
ตึอตึอตึ๊ง ตึงตึ่ง
ตือตือตึ๊ง ตึงตึ่ง
 
(ไม่มีคำร้อง แต่เศร้าพอใช้ได้ ดราม่ายังไม่เลิก)
 
 
หัวค่ำ : Pop - The Peach Band
 
ก็อยากจะอยู่กับเสียงเพลง ที่ยังบรรเลง
ปล่อยใจให้ครื้นเครง ไปกับเพลง
 
ว่าแล้วก็เหวี่ยงเปีย สะบัดบ๊อบ อย่าได้แคร์สื่อใด เธอแปลงกายจากสาวผู้ซึมเศร้าตลอดวัน แต่งตัวแต่งหน้า เตรียมเริงร่ายามราตรี สาวชิคๆ แบบพวกเรา เชิดใส่ค่ะ (เริ่ดจ่ะ)
 
 
มืดค่ำ : ความรักทำให้คนตาดี - โน้ส อุดม แต้พานิช
 
เดินก็เดินเดี่ยว อยู่ตัวคนเดียวสบายอยู่
แต่วันนั้นก็จู่ๆ ก็ดันไปเห็นเธอเต็มตา
กามเทพคง ยิงศรลงมา
ความรักก็เลยพาให้เคียงคู่เคล้าไม่เคยห่าง
 
อูยย คุณ นี่มืดขนาดนี่ยังออร่าออกมาอีก เธอรักเขาตั้งแต่รักพบ อย่างที่ว่าความรักทำให้คนตาดี เธอมองเห็นเพียงเขาคนเดียวในความมืด นั่นไง เขากำลังเดินเข้ามาแล้ว (กรี๊ด) 
 
 
คืนมืด : ทั้งรักทั้งเกลียด - ตูน บอดี้สแลม
 
เกลียดเธอยิ่งนักที่หลอกฉัน
เกลียดนักมาหลอกกัน
เธอทำกับฉันเจ็บช้ำอย่าบอกใคร
 
เตียงหลังนั้น ไม่ได้มีเพียงฉันคนเดียวแล้ว ใต้แสงดาวพร่างพราย เหมือนเป็นใจให้เราสอง ชุดนอนบางเบาไม่มีค่าอีกต่อไป ให้กายกอดกายถ่ายเทความอบอุ่น   กรี๊ดดดดดดดดด......... เจ็บบคร่าาาาา อูยยย ซีดสสสส
 
-------------------- 
 
จบแล้วสำหรับดราม่าหนึ่งเรื่อง
เหนื่อยจริง
- -' 
 
special thanks to nanoguy และเจ้าของผลงานเพลงทุกท่าน
 

edit @ 26 Jan 2009 00:43:38 by skiixy*

เปลือก*

posted on 21 Jan 2009 19:11 by skiixy  in myself

เมื่อตอนเย็น ได้นั่งดูรายการนึง มีวิทยากรที่พิธีกรคู่ชายหญิงเรียกว่า อาจารย์ มาติชมการแต่งกายของมิเชล โอบามา สตรีหมายเลขหนึ่งคนล่าสุดของสหรัฐ อ.ท่านนี้กล่าวว่า การแต่งกายมีทั้งการแต่งตามแฟชั่น และการแต่งให้เหมาะสม ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้แต่ง และกล่าวถึงนางโอบามาว่า บางชุดก็แต่งกายตามแฟชั่นมากไป จนไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมในฐานะสตรีหมายเลขหนึ่ง นั่นก็คือ ไม่ได้คำนึงถึง ผู้ชมที่กำลังจับตามองเครื่องแต่งกายเหล่านั้น และซ้ำยังทำให้ความแปลกในการแต่งกายของเธอ กลายมาเป็นเทรนด์นิยมความแตกต่างของการแต่งกายของสาวๆสหรัฐ ณ วันนี้ รวมทั้งยังกล่าวว่า สตรีผู้มีหน้าตาทางสังคม ควรมีผู้ให้คำแนะนำทางด้านภาพลักษณ์่ส่วนตัวอีกด้วย ว่าควรแต่งกายให้ถูกใจตัวเอง (แต่อาจขัดใจคนอื่น) หรือแต่งกายให้เหมาะสมกับตำแหน่งของตน 

พาลทำให้ฉันนึกสมเพชเป็นการส่วนตัวว่า สมัยนี้ เราถึงกับต้องมีผู้ให้คำปรึกษาทางด้านภาพลักษณ์กันเลยหรือ จริงอยู่ที่ว่าภาพลักษณ์เป็นส่วนที่แสดงถึงสถานภาพทางสังคม แต่ส่วนตัวฉันกลับให้ความสำคัญกับความเป็นตัวตนของแต่ละคนมากกว่า เพราะต่อให้ภายนอกสวยหรู สวมเสื้อผ้ามีราคาสวยงามมากเพียงใด แต่หากผู้สวมใส่ไม่ทำตัวให้ดูมีค่าราคาเท่ากับอาภรณ์ประดับร่างกายแล้ว ก็เท่ากับเป็นเพียงการซื้อเปลือกสวยหรูมาห่อหุ้มความเน่าเละที่ซ่อนไว้ภายในเท่านั้น

ฉันเคยได้รู้จักและสัมผัสกับหลายๆคนที่(พยายาม)ทำให้ภาพลักษณ์ของตัวเองดูงดงาม งดงามในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความดูดีมีหน้ามีตาเป็นแบบเดียวกับสังคมที่ตนเองคลุกคลีอยู่ โดยไม่คำนึงถึงความหมายของความเป็นตัวเอง สักแต่เพียงทำตามสิ่งที่เรียกว่า แฟชั่น เพื่อให้เปลือกของเราเหมือนกับเปลือกของคนอื่นๆ

ตลกดี สมัยนี้กระแสความแตกต่างกำลังถาโถมเข้ามาในหัวสมองของเด็กไทย แต่กลายเป็นว่า คนที่"แตกต่าง"ไปจากคนที่(พยายามจะ)แตกต่างอยู่แล้ว กลับโดนเย้ยหยัน หาว่าสร้างภาพให้ตัวเองบ้าง อยากเด่น อยากให้คนอื่นรู้จักเยอะๆ ทำให้ฉันรู้สึกว่า จุดยืนของความแตกต่างในโลกแห่งความจริงอยู่ที่ไหนกันแน่? 

สำหรับฉันแล้ว ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเองและความจริงใจ สำคัญที่สุดในโลกของฉัน

โลกของคนอื่น ก็ช่างเค้า