posted on 12 Jan 2009 21:45 by skiixy in lifestyle
ผ่านวันแรกของปีมาได้ 12 วัน เวลาว่างมากมาย (แต่ความขยันไม่ได้มากเท่า) จึงเกิดผลงาน ดังต่อไปนี้
ตุ๊กตาหมีใหญ่ยักษ์ :
ตัวสีชมพูทำเสร็จตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ตัวใหญ่นี่ทำข้ามปีกันเลยทีเดียว แต่ถ้านับเวลาทำจริงๆ ก็ประมาณ 3 วัน ด้วยความสูงกว่าครึ่งเมตร นับว่าเป็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่สุดที่ฉันเคยทำมา หมดไหมไปเกือบ 5 ไจ นี่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี เพราะยังไม่มีตา แต่ฉันชอบหมีหน้าเกลี้ยงๆแบบนี้มากกว่าหละ

ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ แห (ตามแต่จะเรียก) :
มันคือผ้าคลุมไหล่ลายแห ใช้ไหมขนสีน้ำตาลและสีครีมสองเส้นถักร่วมกันด้วยไม้นิตติ้งขนาดใหญ่ ฉันถักผืนกว้างให้แม่ 1 ผืนเมื่อปีที่แล้ว (ก่อนปีใหม่หนึ่งสัปดาห์) และกลับมากรุงเทพฯ ถักให้ตัวเองผืนแคบ ผืนนี้ก็เสร็จภายในเวลา 3 วัน ใช้ไหม 1 ไจครึ่งต่อสี ที่จริงผืนนี้เกิดขึ้นได้ เพราะไหมเหลือจากผืนที่ทำให้แม่นี่เอง
ภาพร่าง emilie :
วันนี้ฉันนั่งดู emilie เกิดครึ้มอยากวาดรูปเธอขึ้นมาซะงั้น ฉันมักเป็นพวกชอบวาดรูปหนังที่ชอบอยู่แล้ว เลยร่างภาพเธอขึ้นมา แต่จัดเป็น emilie หน้านางร้ายหน่อย จิกมากกกก คงเป็นตามคนวาด (ฮา) ที่เหลือก็ต้องรอลงสีหละ ว่าเธอจะอยู่หรือไป จะเละหรือจะรอด (ฮาาาอีก) หวังว่าสีคงจะช่วยทำให้เธอจิกน้อยลงนะ
*
posted on 05 Jan 2009 12:04 by skiixy in lifestyle
ตั้งใจตั้งชื่อล้อเลียนพวก "ไปปายมาแล้ว" เห็นว่าปีใหม่ไปกันเยอะจังง
เดินทางไปน่านด้วยรถส่วนตัวกับครอบครัว เลยได้ชมทิวทัศน์ข้างทาง ยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์โดยมาก และให้ความรู้สึกว่าไม่เหมือนกับป่าที่เชียงใหม่ อาจจะด้วยเพราะพืชพรรณที่ไม่เหมือนกัน และความสมบูรณ์ที่ยังมีอยู่มากกว่า นอกจากนั้นแล้ว ระหว่างทาง บ้านที่ยังคงเป็นบ้านไม้มุงจากส่วนหนึ่ง และบ้านสมัยใหม่อีกนิดนึง เหมือนทำให้ฉันหลุดเข้าไปยังอีกโลก สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านที่หาไม่ได้ในเมือง จากเชียงใหม่ไปน่าน ได้ข้ามแม่น้ำครบทั้ง ปิง (เชียงใหม่) วัง (ลำปาง) ยม (แพร่) และน่าน (น่าน) เลย เหลือแต่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะได้ข้ามกลับเมืองใหญ่ในไม่กี่วันนี่แหละ (ฮืออ)
ทะเลหมอกข้างทาง
จุดที่ประทับใจที่สุดของการไปน่านครั้งนี้คือ อุทยานแห่งชาติแม่จริม เป็นอุทยานแห่งชาติหนึ่งในสี่ของจังหวัดน่าน เป็นแหล่งป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ และความกลมกลืนของบ้านพักกับป่า ทำให้ไม่รู้สึกถึงการรุกรานธรรมชาติของส่วนอยู่อาศัย อีกทั้งยังมีจุดกางเตนท์ได้โดยรอบ ด้วยพื้นที่ราบไม่ชันมากนัก และ จุดเล่นแคมป์ไฟ สำหรับกลุ่มที่มาเป็นหมู่คณะ รวมถึงจุดบริการร้านอาหารรสชาติอร่อย ที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศที่สวยงามของช่องเขา ทำให้ฉันตื่นตาได้ไม่น้อยทีเดียว
หุบเขา วิวจากร้านอาหาร
สำหรับการมาที่อุทยานฯแห่งนี้ ไม่ต้องกลัวที่จะไม่มีกิจกรรมทำ กลางวันก็มีการล่องแก่ง กว่าสิบเกาะแก่งในลำน้ำ สร้างความตื่นเต้นสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวได้มากมายทีเดียว ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง ระหว่างทางก็มีทัศนียภาพของป่าสมบูรณ์ และบริการรถรับส่งจากปลายทางล่องแก่งกลับสู่อุทยานฯ ตกดึก หากท้องฟ้าเป็นใจเหมือนวันที่ฉันไป กิจกรรมดูดาวก็เป็นทางเลือกที่สุนทรีย์อีกทางหนึ่ง ทำเอาคนดูดาวไม่เป็นอย่างฉัน อยากกลับมาศึกษาจริงๆจังๆ เผื่อจะได้กลับไปดูดาวที่นั่นใหม่อีกที
ความประทับใจมีมากมายจนนับไม่ถ้วน อยากรีบเอาภาพมาลงเร็วๆ แต่ฉันเอากล้องฟิล์มไป ก็คงต้องรอล้างที่กรุงเทพฯ เพราะเชียงใหม่สมัยนี้เค้าใช้กล้องดิจิตอลกันหมดแล้ว!!! แล็ปล้างรูปหายากเกินไปละ เลยลงแค่รูปจากกล้องมือถือเรียกน้ำย่อยไปก่อน
ใครที่ชอบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ไปที่น่าน แล้วคุณจะประทับใจไม่รู้ลืม จนอยากกลับไปซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบฉัน
สุขสันต์ปีใหม่ทุกคนค่ะ
*
แถมรูปท้องฟ้ายามพลบหลังบ้านเป็นของขวัญปีใหม่ :]