เมื่อตอนเย็น ได้นั่งดูรายการนึง มีวิทยากรที่พิธีกรคู่ชายหญิงเรียกว่า อาจารย์ มาติชมการแต่งกายของมิเชล โอบามา สตรีหมายเลขหนึ่งคนล่าสุดของสหรัฐ อ.ท่านนี้กล่าวว่า การแต่งกายมีทั้งการแต่งตามแฟชั่น และการแต่งให้เหมาะสม ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้แต่ง และกล่าวถึงนางโอบามาว่า บางชุดก็แต่งกายตามแฟชั่นมากไป จนไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมในฐานะสตรีหมายเลขหนึ่ง นั่นก็คือ ไม่ได้คำนึงถึง ผู้ชมที่กำลังจับตามองเครื่องแต่งกายเหล่านั้น และซ้ำยังทำให้ความแปลกในการแต่งกายของเธอ กลายมาเป็นเทรนด์นิยมความแตกต่างของการแต่งกายของสาวๆสหรัฐ ณ วันนี้ รวมทั้งยังกล่าวว่า สตรีผู้มีหน้าตาทางสังคม ควรมีผู้ให้คำแนะนำทางด้านภาพลักษณ์่ส่วนตัวอีกด้วย ว่าควรแต่งกายให้ถูกใจตัวเอง (แต่อาจขัดใจคนอื่น) หรือแต่งกายให้เหมาะสมกับตำแหน่งของตน
พาลทำให้ฉันนึกสมเพชเป็นการส่วนตัวว่า สมัยนี้ เราถึงกับต้องมีผู้ให้คำปรึกษาทางด้านภาพลักษณ์กันเลยหรือ จริงอยู่ที่ว่าภาพลักษณ์เป็นส่วนที่แสดงถึงสถานภาพทางสังคม แต่ส่วนตัวฉันกลับให้ความสำคัญกับความเป็นตัวตนของแต่ละคนมากกว่า เพราะต่อให้ภายนอกสวยหรู สวมเสื้อผ้ามีราคาสวยงามมากเพียงใด แต่หากผู้สวมใส่ไม่ทำตัวให้ดูมีค่าราคาเท่ากับอาภรณ์ประดับร่างกายแล้ว ก็เท่ากับเป็นเพียงการซื้อเปลือกสวยหรูมาห่อหุ้มความเน่าเละที่ซ่อนไว้ภายในเท่านั้น
ฉันเคยได้รู้จักและสัมผัสกับหลายๆคนที่(พยายาม)ทำให้ภาพลักษณ์ของตัวเองดูงดงาม งดงามในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความดูดีมีหน้ามีตาเป็นแบบเดียวกับสังคมที่ตนเองคลุกคลีอยู่ โดยไม่คำนึงถึงความหมายของความเป็นตัวเอง สักแต่เพียงทำตามสิ่งที่เรียกว่า แฟชั่น เพื่อให้เปลือกของเราเหมือนกับเปลือกของคนอื่นๆ
ตลกดี สมัยนี้กระแสความแตกต่างกำลังถาโถมเข้ามาในหัวสมองของเด็กไทย แต่กลายเป็นว่า คนที่"แตกต่าง"ไปจากคนที่(พยายามจะ)แตกต่างอยู่แล้ว กลับโดนเย้ยหยัน หาว่าสร้างภาพให้ตัวเองบ้าง อยากเด่น อยากให้คนอื่นรู้จักเยอะๆ ทำให้ฉันรู้สึกว่า จุดยืนของความแตกต่างในโลกแห่งความจริงอยู่ที่ไหนกันแน่?
สำหรับฉันแล้ว ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเองและความจริงใจ สำคัญที่สุดในโลกของฉัน
โลกของคนอื่น ก็ช่างเค้า
*

#1 By ตุ้ย since 2006 on 2009-01-21 20:00